วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2017 เวลา 17 : 42 น.
Masjid News
You are here: Home >> บทความศาสนา >> คุตบะฮ์วันศุกร์ : บทบัญญัติของการละหมาด
คุตบะฮ์วันศุกร์ : บทบัญญัติของการละหมาด

คุตบะฮ์วันศุกร์ : บทบัญญัติของการละหมาด

          ท่านทั้งหลายก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า แท้จริงการละหมาด 5 เวลานั้นเป็นฟัรดู เป็นสิ่งจำเป็นต่อพวกเราทุกคนทั้ง ชาย และ หญิงที่ต้องปฏิบัติ ด้วยสาเหตุอันใดหรือ ? ที่บางคนในกลุ่มพวกเราจึงไม่ยอมปฏิบัติกัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการปฏิบัติการละหมาดไม่ใช่สิ่งที่ยากลำบาก ไม่ได้ใช้เวลานานจนเสียงานอย่างอื่นไปเลย ท่านทั้งหลายลองพิจารณาไตร่ตรองดูว่า เพราะความเกียจคร้านใช่ไหม? เพราะความอายต่อสายตาศาสนิกอื่นใช่ไหม ? ที่ทำให้ต้องละเลยต่อการละหมาด หากเราทั้งหลายยังมีความรู้สึกเหล่านี้อยู่อีหม่าน ความศรัทธาของเราก็ถือว่ายังไม่สมบูรณ์ ยังอ่อนแออยู่ ซึ่งจำเป็นต้องเยียวยา รักษา และแก้ไข คนเราเมื่อเจ็บไข้ก็ต้องหายามารักษา มาเยียวยาอาการป่วยนั้น เช่นเดียวกันกับอีหม่าน ความเลื่อมใสศรัทธาของเรากำลังป่วย จำเป็นต้องได้รับการรักษาเยียวยา บำบัด ให้หายจากอาการป่วย แล้วการบำบัดเยียวยาที่ว่านั้น มันคืออะไรกับครับ

          ท่านพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลายการเยียวยาบำบัดโรคร้ายดังกล่าวนั้น คือการหันเข้ามาให้ความสนใจในการเรียนรู้เรื่องศาสนา การระลึกถึงความตายอยู่เสมอ การระลึกถึงบทลงโทษที่พระองค์ทรงสัญญากับผู้ที่ทรยศ และการดำรงค์ไว้ซึ่งการละหมาดเป็นประจำ แรกๆ อาจจะทำให้เรามีความรู้สึกฝืน รู้สึกยุ่งยาก แต่เมื่อเราทำเป็นประจำแล้ว มันก็กลายเป็นสิ่งที่ง่ายดาย มีความรู้สึกสุขใจเมื่อได้ทำ

          ท่านพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย ละหมาดที่ถูกกำหนด 5 เวลานั้นก็คือ ดุฮรฺ อัสรฺ มัฆริบ อิชาอฺ และซุบฮฺ อนึ่งการละหมาดวันศุกร์นี้ เป็นการแทนจากละหมาดดุฮริ ซึ่งจำเป็นต่อบุคคลที่ซารีอัตกำหนด นั้นก็คือ ผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะ อิสระชน มุสลิม ไม่ใช่ผู้เดินทาง การดำรงไว้ซึ่งการละหมาดนั้นเป็นรุก่นหนึ่ง วันหนึ่งจากบรรดารุก่นอิสลาม ดังนั้นท่านทั้งหลายจงดำรงละหมาด 5 เวลาในหนึ่งวันหนึ่งคืน ตามเวลาที่ถูกกำหนดไว้ และท่านทั้งหลายจงทำการละหมาดของท่านให้ครบสมบูรณ์ทั้งในการอ่านที่เป็นวาญิบและซุนนะฮฺ และทำให้สมบูรณ์ในการกระทำพร้อมทั้งสงบนิ่งและบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าการละหมาดนั้นคือเสาของศาสนาและเป็นรากฐานของการประกอบกิจ และอะมั้ลอันดีงามต่างๆ ดังนั้นบุคคลใดรักษาไว้ซึ่งการละหมาดเสมือนกับว่าเขานั้นได้รักษาไว้ซึ่งศาสนา หากบุคคลใดได้ละเลยต่อการละหมาดก็เหมือนกับว่าเขานั้นได้ทำลายศาสนาของเขาเอง

          ดังหะดีษที่กล่าวว่า : ความว่า “การละหมาดนั้นคือสิ่งแรก และสิ่งสุดท้ายของศาสนา”

          ฉะนั้นจึงไม่เป็นอันสมควรอย่างยิ่งสำหรับผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา และน้อมรับการปฏิบัติต่อศาสดาของพระองค์ที่จะละเลย และไม่ให้ความสำคัญต่อการละหมาดฟัรฏทั้ง 5 เวลา ท่านทั้งหลายอย่าได้ล่าช้าต่อการละหมาดเพราะการล่าช้าต่อการละหมาดนั้นคือส่วนหนึ่งของนิสัยผู้ที่เฉยเมยต่อการละหมาด และผู้ที่มักง่ายต่อการละหมาดนั้นคือส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการเป็น มุนาฟิก บุคคลที่ไม่ให้ความสำคัญต่อการละหมาดฟัรดู 5 เวลานั้น โชคลาภของเขาก็จะหายไปจากความเป็นริสิมงคล ไม่มีความบารอกัต และอายุไข หรือการมีชีวิตของเขานั้นก็ดูจะไม่มีความหมาย และไร้ประโยชน์อันใดเลยต่อการที่เขาจะมีอายุที่ยืนยาว

          ท่านพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย บุคคลที่ไม่ให้ความสำคัญต่อการละหมาด เมื่อใกล้สิ้นลมหายใจก็จะตายในสภาพที่น่ารังเกลียด เมื่อวิญญาณของผู้ที่ละเลยต่อการละหมาดออกจากร่าง มะลาอิกะฮฺ จะนำวิญญาณของเขาไป และได้โคมประกาศ ประจานว่า นี่คือวิญญาณของผู้ทรยศ ของผู้เนรคุณ ซึ่งเขาได้กินดื่มอาหารริซกีของพระผู้เป็นเจ้าอย่างอิ่มหน่ำสำราญแต่เขากลับทรยศ และเนรคุณเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ในโลกดุนยา และอัลลอฮฺได้โปรดปราณเขาโดยให้ตำแหน่ง และเกียรติยศแก่เขาแต่เขากลับใช้ตำแหน่ง และเกรียติยศ มาข่มเหงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อัลลอฮฺได้ให้ความร่ำรวย มีทรัพย์สิน มั่งคั่ง แต่เขากลับมีความตระหนี่ ไม่ยอมทำทาน ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ที่ด้อยกว่า ดังนั้นเมื่อวิญญาณของพวกเขาได้ถูกนำผ่านต่อบรรดามะลาอิกะฮฺ บรรดามะลาอิกะฮฺต่างก็สาปแช่งพวกเขาเหล่านั้น

          ท่านพี่น้องที่ยำเกรงต่อการลงโทษในโลกหน้าทั้งหลาย เมื่อศพของพวกเขาผู้ทรยศเหล่านั้นได้ถูกนำฝังลงในกุโบรแล้ว กุโบรก็ได้กล่าวแก่พวกเขาเหล่านั้นว่า : โอ้ผู้ที่ได้ลืมข้า ด้วยสาเหตุการมีเกียรติยศ และความร่ำรวยของพวกเจ้า ไหนหล่ะเกียรติยศของเจ้า ไหนหล่ะความยิ่งใหญ่ ความเป็นมหาอำนาจของเจ้าที่จะมาทำให้เจ้านั้นรอดพ้นจากการลงโทษของข้า ไหนหล่ะความร่ำรวยของเจ้าซึ่งจะนำมาไถ่ถอนการทรมานจากข้า แล้วไหนหล่ะวงศาคณาญาติของเจ้า ซึ่งพวกเขาจะมาทำการช่วยเหลือเจ้าให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของข้า แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นได้ลืมเจ้าไปซะแล้ว เจ้าต้องอยู่ในโลกมืดนี้อย่างเดียวดาย ฉะนั้นสิ่งใดเล่าที่เจ้าหวังจะรอดพ้นจากการลงโทษการทรมานจากข้าในวันนี้จวบจนถึงวันฟื้นคืนชีพ

          ท่านพี่น้องที่ศรัทธาต่อการตอบแทนความดี และความชั่วที่รักทั้งหลาย ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นคือส่วนหนึ่งที่ผู้ที่ละเลยต่อการละหมาด จะด้วยกับสาเหตุใดก็ตามที่ศาสนามิได้ผ่อนผัน และอนุโลมให้ จะต้องประสพกับสิ่งดังกล่าวนั้นอย่างแน่นอน

          ดังนั้นท่านทั้งหลายจงยำเกรง และมีความเกรงกลัวต่อการละเลยต่อการละหมาดเถิด ? ท่านทั้งหลายอย่าได้เฉยเมยต่อการละหมาดเลย มิฉะนั้นแล้วจะต้องประสพกับความเสียใจอย่างใหญ่หลวง ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย โอ้พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก ได้โปรดดลบัลดาลให้พวกเขาทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้ซึ่งดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และได้โปรดอย่าให้พวกเขาทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้ที่ทรยศ เนรคุณ ด้วยกับการละเลยต่อการละหมาดเลย

บทความโดย ชมรมนักศึกษาปทุมธานี ณ กรุงไคโร
ที่มา : www.muslimthai.com

One comment

  1. assalamualaikum..
    มีเรื่องที่อยากจะถาม เรื่องการละหมาดวันศุกร์ มีหลายๆชมรมที่เป็น ชมรมมุสลิม จัดทำละหมาดวันศุกร์เอง เนื่องจากว่า มัสยิดนั้นมันอยู่ไกล และไม่ได้ยินเสียอาซาน ผมไม่แน่ใจว่าตรงนี้ทำได้หรือเปล่าน่ะครับ
    และอีกอย่าง นศ ที่นี่ก็มาจากต่างถิ่นและเป็นนักศึกษาที่ไปกลับ ไม่มีคนที่เป็นคนในพื้นที่หรือเป็นคน(มุสตาตืน)เลยครับ
    ช่วยตอบอย่างละเอียดหน่อยน่ะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*