วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2017 เวลา 10 : 56 น.
Masjid News
You are here: Home >> บทความศาสนา >> รอมฎอน >> คุณประโยชน์ของการถือศีลอด
คุณประโยชน์ของการถือศีลอด

คุณประโยชน์ของการถือศีลอด

คุณประโยชน์ของการถือศีลอด

           มีอายาตมากหลายในอัลกุรอานได้สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการถือศีลอด เพื่อแสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ (ศุบหฯ) และได้ชี้แจงถึงคุณประโยชน์อันมากมายของการถือศีลอด เช่น ในคำตรัสของพระองค์ในอายะฮฺที่ 35 ของซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ ที่ว่า

           “แท้จริงบรรดาผู้นอบน้อมชายและหญิง บรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิง บรรดาผู้ภักดีชายและหญิง บรรดาผู้สัตย์จริงชายและหญิง บรรดาผู้อดทนชายและหญิง บรรดาผู้ถ่อมตัวชายและหญิง บรรดาผู้บริจาคทานชายและหญิง บรรดาผู้ถือศีลอดชายและหญิง บรรดาผู้รักษาอวัยวะเพศของพวกเขาที่เป็นชายและหญิง บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมากที่เป็นชายและหญิงนั้น อัลลอฮฺได้ทรงเตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้วซึ่งการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง” (33:35)

           และคำตรัสของพระองค์ในซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺในอายะฮฺที่ 184 ความว่า “และการถือศีลอดของพวกเจ้าเป็นการดียิ่งแก่พวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้” (2:184)

           ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ได้กล่าวยืนยันไว้อย่างหนักแน่นว่า การถือศีลอดเป็นสิ่งคุ้มกันให้พ้นจากตัณหาและความใคร่ และเป็นโล่ห์ป้องกันให้พ้นจากไฟนรก และอัลลอฮฺทรงจัดประตูสวรรค์ไว้เป็นการเฉพาะสำหรับผู้ถือศีลอด เพราะเขาหักห้ามจิตใจให้ห่างไกลจากตัณหาและความใคร่ และยับยั้งมิให้ประพฤติปฏิบัติสิ่งที่เป็นความชั่วและความเลวทรามซึ่งเคยปฏิบัติเป็นประจำ ดังนั้นการถือศีลอดจะทำให้จิตใจเงียบสงบ และนี่คือการตอบแทนอันสมบูรณ์และผลประโยชน์อันมากมาย ซึ่งอัลอะฮาดีสที่ศ่อเฮี้ยะฮฺได้แจกแจงไว้อย่างชัดเจน

1. การถือศีลอดเป็นเกราะคุ้มกัน 

           ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ได้ใช้ให้ผู้ที่มีความใคร่รุนแรงแต่ไม่มีความสามารถที่จะทำการสมรสได้ด้วยการถือศีลอด เพราะจะทำให้มันหักห้ามความใคร่อันนี้ได้ และเป็นการระงับยับยั้งพลังของอวัยวะต่าง ๆ ให้เฉื่อยชาลง เป็นที่ยืนยันว่าการถือศีลอดนั้นมีผลเป็นที่น่าประหลาดต่อการรักษาอวัยวะส่วนต่าง ๆ ภายนอกและพลังภายใน

           ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ได้ชี้แจงไว้ว่า แท้จริงสวรรค์นั้นถูกห้อมล้อมไว้ด้วยสิ่งที่น่าเกลียดชัง และแท้จริงนรกนั้นถูกห้อมล้อมไว้ด้วยตัณหาและความใคร่ และเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการถือศีลอดนั้นจะขจัดตัณหา และความใคร่ให้เบาบางลงได้ และไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าการถือศีลอดนั้นเป็นการปิดกั้นระหว่างผู้ถือศีลอดกับไฟนรก ด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีอัลอะฮาดีสยืนยันรับรองว่าการถือศีลอดนั้นเป็นการป้องกันให้พ้นจากไฟนรก และเป็นเกราะคุ้มกันที่บ่าวจะใช้ปกป้องจากไฟนรก

           ท่านร่อซูล ได้กล่าวว่า ความว่า  “ผู้รู้บางคนมีความเห็นว่าบรรดาอัลอะฮาดีสที่ได้นำมากล่าวข้างต้น ได้ชี้แจงถึงคุณประโยชน์ของการถือศีลอดในด้านการต่อสู้ดิ้นรนในทางของอัลลอฮฺ แต่ความจริงแล้วทุก ๆ การถือศีลอดถ้าหากว่าได้กระทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อพระพักตร์ของอัลลอฮฺ โดยสอดคล้องกับสิ่งที่ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ได้ชี้แจงไว้แล้วก็จะเป็นไปในหนทางของอัลลอฮฺทั้งสิ้น”

2. การถือศีลอดทำให้ได้เข้าสวรรค์ 

           เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การถือศีลอดนั้นทำให้ผู้ที่ถือศีลอดห่างไกลจากไฟนรก ดังนั้นเขาก็คงมีโอกาสได้เข้าใกล้สวรรค์อย่างแน่นอน มีรายงานจากอะบีอุมามะฮฺ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า “ฉันได้กล่าวว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ โปรดชี้แนะให้แก่ฉันถึงการกระทำชนิดหนึ่ง ที่จะทำให้ฉันได้เข้าสวรรค์”

3. บรรดาผู้ถือศีลอดนั้นจะได้รับค่าตอบแทนของพวกเขาอย่างสมบูรณ์โดยปราศจากการคำนว

4. สำหรับผู้ถือศีลอดนั้นมีเวลาดีใจสองครั้ง 

5. กลิ่นปากของผู้ถือศีลอดมีกลิ่นหอม ณ ที่อัลลอฮฺมากกว่ากลิ่นหอมของชะมดเชียง 

           มีรายงานจากอะบีฮุรอยเราะฮฺ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่าท่านร่อซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า อัลลอฮฺ (ศุบหฯ) ตรัสว่า “การงานทุกชนิดของมนุษย์นั้นเป็นของมนุษย์นอกจากการถือศีลอดมันเป็นของข้า (อัลลอฮฺ) และข้าจะเป็นผู้ตอบแทนแก่เขา การถือศีลอดเป็นเกราะคุ้มกัน และเมื่อปรากฏว่าวันแห่งการถือศีลอดของคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้า เขาอย่าได้พูดจาหยาบคายไร้สาระและอย่าส่งเสียงอึกทึก และถ้าหากคนหนึ่งคนใดด่าเขาหรือทำร้ายเขา ก็จงกล่าวว่าแท้จริงฉันนี้ถือศีลอด ฉันขอสาบานว่าชีวิตของมุฮัมมัดอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริงกลิ่นปากของผู้ถือศีลอดนั้นมีกลิ่นหอม ณ ที่อัลลอฮฺมากกว่ากลิ่นหอมของชะมดเชียง สำหรับผู้ถือศีลอดนั้นมีเวลาดีใจสองครั้ง เขาจะดีใจในเวลาทั้งสองคือ เมื่อเขาแก้ศีลอดเขาจะดีใจ และเมื่อเขาพบพระเจ้าของเขา เขาจะดีใจเพราะการถือศีลอดของเขา” บันทึกโดย : อัลบุคอรีย์และมุสลิม

           ในบันทึกของบุคอรีย์กล่าวเสริมว่า “เขาได้งดเว้นอาหารของเขา เครื่องดื่มของเขา และความใคร่ของเขา เพื่อเรา (อัลลอฮฺ) การถือศีลอดเป็นของข้า (อัลลอฮฺ) และข้าจะตอบแทนแก่เขา และความดีหนึ่งมีผลถึงสิบเท่าของมัน”

           และในบันทึกของมุสลิม กล่าวเสริมว่า “ทุก ๆ การงานของมนุษย์นั้นจะเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ความดีหนึ่งจะมีผลเป็นสิบเท่าถึงเจ็ดร้อยเท่าของมัน อัลลอฮฺ ตรัสว่าเว้นแต่การถือศีลอดมันเป็นของข้า (อัลลอฮฺ) และข้าจะตอบแทนแก่เขา เขางดเว้นความใคร่ของเขาและอาหารของเขาเพื่อข้า และสำหรับผู้ถือศีลอดนั้นมีเวลาดีใจสองครั้ง ครั้งหนึ่งขณะที่เขาแก้ศีลอด และอีกครั้งหนึ่งขณะที่เขาพบพระเจ้าของเขา และ แท้จริงกลิ่นปากของผู้ถือศีลอด ณ ที่อัลลอฮฺมีกลิ่นหอมยิ่งกว่ากลิ่นหอมของชะมดเชียง”

6. การถือศีลอดและอัลกุรอานจะขอความช่วยเหลือให้แก่เจ้าของของมัน 

           ท่านนะบี กล่าวว่า “การถือศีลอดและอัลกุรอานจะขอความช่วยเหลือให้แก่บ่าวในวันกิยามะฮฺ การถือศีลอดจะพูดขึ้นว่า ใช่จ๊ะพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้ใช้ให้เขาอดอาหารและระงับความใคร่ ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือข้าพระองค์เพื่อเขาด้วย และอัลกุรอานจะพูดขึ้นว่า ข้าพระองค์ได้ใช้ให้เขาอดนอนในเวลากลางคืน ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือข้าพระองค์เพื่อเขาด้วย พระองค์จะตรัสว่า เจ้าทั้งสองจะได้รับความช่วยเหลือ”

7. การถือศีลอดเพื่อไถ่บาปหรือไถ่โทษ (กั๊ฟฟาเราะฮฺ)

           ส่วนหนึ่งจากการที่การถือศีลอดมีคุณประโยชน์เฉพาะตัวคือ อัลลอฮฺ (ศุบหฯ) ทรงทำให้การถือศีลอดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งจากการไถ่บาป (กั๊ฟฟาเราะฮฺ) เช่น การโกนศีรษะในขณะครองเอี๊ยะหฺรอม เพราะเจ็บป่วยหรือมีการบาดเจ็บที่ศีรษะและไม่มีความสามารถในการจ่ายค่าอัลฮัดยฺ และการฆ่าตัวประกันผิด และการสาบานเท็จ และการฆ่าสัตว์ในขณะครองเอี๊ยะหฺรอม และการเปรียบเทียบภรรยาว่าเป็นแม่ ดังกล่าวทั้งหมดนี้จะพบเห็นได้ในอายาตต่อไปนี้

           ความว่า “และพวกเจ้าจงให้การทำฮัจย์และการทำอุมเราะฮฺครบถ้วนสมบูรณ์เพื่ออัลลอฮฺเถิด ดังนั้นหากพวกสูเจ้าถูกขัดขวางเพราะอุปสรรคก็ให้เชือดสัตว์พลีที่จะหาได้ และอย่าได้โกนศีรษะของพวกเจ้าจนกว่าสัตว์พลีนั้นจะบรรลุถึงที่ของมัน ถ้าผู้ใดในหมู่พวกเจ้าป่วยลงหรือมีความเจ็บปวดที่ศีรษะของเขา ก็ให้มีการชดเชยด้วยการถือศีลอด หรือการทำทาน หรือการเชือดสัตว์ ครั้นเมื่อพวกเข้าปลอดจากการเจ็บป่วยแล้ว เขาประสงค์จะทำอุมเราะฮฺต่อเนื่องไปจนถึงเวลาทำฮัจย์ (แบบตะมัตตั๊วะ) แล้ว ก็ให้เขาเชือดสัตว์พลีที่พอหาได้ และผู้ใดที่หาไม่ได้ก็ให้ถือศีลอดสามวันระหว่างการทำฮัจย์และอีกเจ็ดวันเมื่อพวกเจ้ากลับถึงบ้านแล้ว นั่นคือครบสิบวัน ดังกล่าวนั้นสำหรับผู้ที่มิได้เป็นชาวมัสยิดิลหะรอม และพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด และพึงรู้เถิดว่าแท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษ”

           ความว่า “และถ้าเขาอยู่ในหมู่ชนที่มีพันธะสัญญาระหว่างพวกเจ้ากับพวกเขาแล้ว ก็ให้มีค่าทำขวัญถูกมอบให้แก่ครอบครัวของเขา และให้มีการปล่อยทาสหญิงมุอฺมินะฮฺคนหนึ่ง ดังนั้นผู้ใดไม่พบก็ให้ถือศีลอดสองเดือนอย่างต่อเนื่อง เป็นการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

           ความว่า “อัลลอฮฺจะไม่ทรงเอาโทษแก่พวกเจ้าด้วยคำพูดที่ไร้สาระในการสาบานของพวกเจ้า แต่พระองค์จะทรงเอาโทษแก่พวกเจ้าด้วยคำพูดที่พวกเจ้าปลงใจสาบาน ดังนั้นสิ่งไถ่บาปของมันก็คือการให้อาหารแก่คนยากจนสิบคน ขนาดปานกลางที่พวกเจ้าให้เป็นอาหารแก่ครอบครัวของพวกเจ้า หรือให้เครื่องนุ่งห่มแก่พวกเขา หรือปล่อยทาสคนหนึ่งให้เป็นอิสระ ดังนั้นผู้ใดไม่พบ (ไม่มีความสามารถ) ก็จงถือบวชสามวัน นั่นคือการไถ่บาปในการสาบานของพวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้สาบานไว้ และจงรักษาการสาบานของพวกเจ้าไว้ เช่นนั้นแหละอัลลอฮฺได้ทรงชี้แจงอายาตต่าง ๆ ของพระองค์ให้เป็นที่ชัดแจ้งแก่พวกเจ้าแล้ว เพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณ”

           ความว่า “โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย พวกเจ้าอย่าฆ่าสัตว์ล่า ขณะที่พวกเจ้ากำลังครองเอี๊ยะหฺรอมอยู่ และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าฆ่ามันโดยเจตนาแล้ว การชดเชยก็คือให้ฆ่าสัตว์ชนิดเดียว (หรือใกล้เคียง) กับที่ถูกฆ่า โดยให้ผู้ที่ยุติธรรมสองคนในหมู่พวกเจ้าเป็นผู้ชี้ขาดตัดสิน เพราะสัตว์พลี (จะต้องนำไปเชือดที่นครมักกะฮฺ) อัลกะอฺบะฮฺ หรือให้มีการไถ่บาปคือให้อาหารแก่คนยากจน หรือสิ่งที่เท่าเทียมกันนั้นคือ การถือศีลอด ทั้งนี้เพื่อให้เขาได้ลิ้มรสผลภัยแห่งกิจกรรมของเขา อัลลอฮฺทรงอภัยจากสิ่งที่ได้ล่วงเลยมาในอดีต และผู้ใดกลับมากระทำอีก อัลลอฮฺก็จะทรงลงโทษเขาและอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพผู้ทรงลงโทษ” (5:95)

           ความว่า “และเช่นเดียวกัน การถือศีลอดและการบริจาคทานมีส่วนร่วมกันในการไถ่บาปแห่งการหลงรักของผู้ชายในทรัพย์สมบัติ และบุคคลในครอบครัวและเพื่อนบ้านของเขา”

8. อัรรอยยานสำหรับบรรดาผู้ถือศีลอด

           มีรายงานจากซะฮฺลฺ อิบนฺ ซะอฺดฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า ท่านนะบี กล่าวว่า

           ความว่า อีกรายงานหนึ่งแจ้งว่า “เมื่อคนสุดท้ายของพวกเขาได้เข้าไปแล้วประตูก็จะถูกปิดลง และผู้ใดได้เข้าไปแล้วเขาก็จะได้ดื่มน้ำ และผู้ใดได้ดื่มน้ำแล้วเขาจะไม่กระหายน้ำอีกเลย”

ที่มา : มุสลิมไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*